วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หาญสู้ ผีนรก >และงานของ ตาโปน ชัยยัณต์ สุยะเวช

images by free.in.th



ภาพตัวอย่าง, ภาพโชว์ และภาพประกอบ
ทดลองทำระบบภาพ สามมิติแบบ ANAGLYPH 
ซึ่งต้องใช้แว่นน้ำเงิน-แดงในการชม

Last Update : 23 กันยายน 2554 3:59:00 น
.

******************************************************

การ์ตูนเพชรพระอุมา 
ภาพโดย คุณ YAN หรือคุณตาโปน
ของ สำนักพิมพ์ บ้านกระดาษ 417 เห็นพิมพ์ในปกในว่า โปรเจค 1989..พิมพ์เมื่อปี 2532
 มี เล่ม 1 กับ เล่ม 2 


















 อันนี้ลายเซ็น คุนตาโปน ที่ใช้เขียนเพชรพระอุมา ครับ



หาญสู่ผีนรก 

ชุดนี้เป็นเล่มบางๆ 32 หน้าจบ พิมพ์เอง ขายเอง 
เป็นภาคของทวน  เล่ม 1 มีหนึ่งตอน 32 หน้า 10 บาท ปกมัน 4 สี่
ตอนนี้มีหน้าปกอยู่ 4 เล่ม  ไหม่ทราบว่ามีเพิ่มอีกไหมครับ
ในเล่ม 4 มี ปกจองเล่ม 5  เป็นลายเส้น โชว์ไว้.







การ์ตูนเล่มละ 5 บาท
 ด้านล่างเป็นผลงานการ์ตูนเล่มละ 5 บาท ด้านในมี 16 หน้า  - 32 หน้า   (คือเอาเล่มละบาทมาตีพิมพ์ใหม่ ในปัจจุบัน โดยบรรจุ เล่มละ 2-3 เรื่อง)สค-2555














จากภาพยนตร์รักวัยรุ่น "เฟรนด์ชิพ" ของค่ายไร้ท์ บิยอนด์ ที่ส่งต่อให้ จิณนา สตูดิโอ สร้างสรรค์ในรูปแบบหนังสือการ์ตูนเรื่อง เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน ในวันต่อมา ที่ได้นักวาดการ์ตูนชื่อดัง "ตาโปน" มาเป็นผู้สร้างสรรค์ลายเส้น

       สำหรับนักอ่านการ์ตูน (ไทย) คงคุ้นชื่อ ตาโปน กันมาบ้าง จากหนังสือการ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง  อาทิ เพชรพระอุมา ตะกร้อ ลูกไม้ ไกรทอง กากียันต์แมน โอรินกับจิณนา แต่ถ้าใครยังไม่รู้จักเราก็ขอแนะนำและมาทำความรู้จักเขาตอนนี้เลย พี่ตาโปน หรือ ชัยยันต์ สุยะเวช นักวาดการ์ตูนไทยแถวหน้าของยุค กับจุดเริ่มต้นชีวิตนักวาด
       "ผมอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนตั้งแต่เด็กแล้ว จะว่ากันจริง ๆ แต่ก่อนนั้นการ์ตูนไทยยังไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไหร่ อย่างรุ่นพ่อผม พวกนิยายภาพจะได้รับความนิยมมาก แต่แล้วอยู่ดี ๆ หนังจีนก็เริ่มเข้ามาตีตลาดความนิยม นิยายภาพก็เริ่มหายไป พอเริ่มมีการ์ตูนไทย การ์ตูนญี่ปุ่นก็เข้ามาอีก ซึ่งแต่ก่อนไม่มีเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะฉะนั้นต้นทุนเขาจึงถูกกว่ามาก       การ์ตูนญี่ปุ่นก็เริ่มครองตลาดมาเรื่อย ๆ ในยุคนั้น การ์ตูนไทยก็หายไปกลายเป็นเล่มละบาท เล่มละห้าบาท แต่ด้วยที่เราเป็นคนไทย เราก็อยากให้การ์ตูนไทยได้รับการยอมรับบ้าง แม้แนวโน้มตอนนี้เราก็ยังตีตลาดในประเทศตัวเองไม่ได้ จึงเป็นเหมือนเรากำลังเริ่มต้นใหม่ ที่ผ่านมาเราขาดช่วงการพัฒนาการ์ตูนไทย ช่วงที่การ์ตูนญี่ปุ่นเข้ามาแทนเรา แล้วเราก็ปล่อยให้เขาเข้ามาแทนเราเยอะมาก ผมก็ไม่ต่อต้านนะ เพราะผมเองก็ได้อิทธิพลมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น แต่เราปล่อยให้ช่วงการพัฒนามันขาดหาย เพราะฉะนั้น ช่วงนี้จึงเป็นการเริ่มต้นของการ์ตูนไทย ที่เราพยายามทำให้การ์ตูนไทยกลับมา"
       สำหรับจุดเด่นของพี่ตาโปน "จุดเด่นผมอยู่ที่การตีโจทย์ แต่ถ้าถามผู้อ่านเขาจะบอกว่าเป็น เรื่องของลายเส้นที่เป็น แล้วก็ลักษณะการวาด การนำเสนอ ซึ่งผมสรุปได้ว่า มันน่าจะเป็นเรื่องของการตีโจทย์ ก่อนที่ผมจะเขียนเรื่อง ผมไม่ได้อาศัยความชอบอย่างเดียว ต้องอาศัยการตีโจทย์ การตั้งคำถาม ผมตีโจทย์การ์ตูนแต่ละเรื่องเหมือนกับการทำหนัง เพียงแต่มันคนละขนาดเท่านั้นเอง การ์ตูนมันใช้คนน้อย แต่วิธีการทำงานมันเหมือนกัน เราต้องเล่าให้คนอ่านเข้าใจในอารมณ์ตัวละครที่เราเขียนด้วย"
       คุณชัยยันต์ กล่าวเสริมอีกว่า ในการวาดการ์ตูนแต่ละเรื่องนั้น ต้องใช้เวลาการคิด การเขียน "การวาดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือน สมัยก่อนที่ผมหัดเขียนแรก ๆ เราต้องทำเองทุกอย่าง นั่งทำคนเดียว คิดคนเดียว แรก ๆ มันก็เหมือนศิลปิน พวกอารมณ์ติสต์ คือมันมีบางอย่างที่แรงอยู่ในตัว แต่พอเราแก่ตัวไป เห็นอะไรมากขึ้น เราต้องทำงานเป็นทีม ทำคนเดียวมันไปไม่รอด บางอย่างเราต้อง 50-50 กับธุรกิจด้วย สำหรับการทำงานวันหนึ่ง คนที่เป็นนักวาดการ์ตูนต้องฝันเยอะ ๆ มีจินตนาการมาก ๆ ซึ่งวิธีการหานั้น สำหรับตอนนี้ผมไม่อ่านการ์ตูนแล้ว เพราะผมอ่านการ์ตูนแล้วไม่สนุก ส่วนมากจะดูหนัง และพยายามหาอะไรใหม่ ๆ เข้าตัวเสมอ พยายามเจออะไรใหมj ๆ แล้วเข้าไปเรียนรู้มัน แล้วเราจะเขียนการ์ตูนเรื่องอะไร ผมจะมีโจทย์ที่ว่า คุณจะเขียนอะไรให้คนอ่าน ตราบใดที่คุณไม่รู้จริง คนอ่านเมื่ออ่านไปแล้วเขาก็หาว่าเราโง่ได้ เราต้องมีมุมมองแปลกกว่าเขา เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะเขียนอะไรสักเรื่อง เราต้องลงไปพิสูจน์ให้รู้จริงก่อนถึงกลับมาเขียน"
       กระแสนักอ่านการ์ตูนไทยอาจไม่กว้างขวางเท่าการ์ตูนญี่ปุ่น แต่สำหรับเบื้องหลังวันนี้มี คนอยากเข้ามามากมายทีเดียว "อาชีพนักวาดการ์ตูน ณ ตอนนี้มีเด็กสนใจในอาชีพนี้ค่อนข้างเยอะนะ ยุคที่ต่อจากผมจะเยอะแน่นอน ตอนนี้มีคนที่เขียนการ์ตูนอยู่กับผม 10 คน ซึ่งใน 10 คนนี้ที่เริ่มเขียนการ์ตูน และมีผลงานมากขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่าต่อไปจำนวนคนเขียนย่อมเพิ่มขึ้น จาก 10 เป็น 20 คนในรุ่นต่อมา แล้วมันก็ขยายต่อมา สร้างฐานไปเรื่อย ผมมองว่ารุ่นต่อไปจะสบายมากขึ้น รุ่นผมจะลำบากหน่อยกว่าคนจะรู้จักและยอมรับ"
       แสนเหนื่อยกว่าจะสร้างงานออกมาสู่ผู้อ่าน แล้วยังต้องลุ้นอีกว่าจะเป็นที่สนใจของนักอ่านหรือไม่ "การวาดการ์ตูนมันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง แม้ตอนนี้เหมือนว่ากำลังหาแนวทางกันอยู่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะการ์ตูนไทยหรือการ์ตูนต่างชาติ ผมว่ามันไม่ใช่ประเด็นแล้ว ประเด็นมันอยู่ที่การเล่าเรื่อง เล่าความเป็นจริงในตัวเรื่อง คนวาดสามารถสื่อสิ่งนี้ได้หรือเปล่า สามารถเล่าในมุมที่คุณคิดได้หรือเปล่า คุณเล่าจากสิ่งที่มันเป็นจริงหรือเปล่า ตรงนี้แหละมันคือเสน่ห์ของการทำงานอาชีพนี้ อย่างเราอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น เขาเอาวัฒนธรรมมาขาย เอาแนวความคิดมาขาย เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะขายการ์ตูนของเราเองบ้างเราต้องขายแนวความคิดเราเองเหมือนกัน        อยากเป็นนักวาดการ์ตูน ต้องมองตัวเองให้ชัดก่อนว่าตัวเองจะทำงานแบบไหน อยากทำงานเป็นทีม หรืออยากเป็นศิลปิน เอาเข้าจริง ๆ นักวาดการ์ตูนไม่จำเป็นต้องวาดการ์ตูนสวยเป็น อย่างตอนนี้ที่ผมมีอยู่ คือมีตัวนักเขียน คนเขียนสตอรี่บอร์ด มีคนแต่งภาพ คนทำกราฟิค ซึ่งเหมือนกับเราทำหนังที่ต้องมีตากล้อง มีช่างไฟ มีฝ่ายอาร์ต ดังนั้น ถ้ารักการทำการ์ตูนจริง ๆ คุณถนัดด้านไหนมา เราค่อยมาเริ่มที่ตรงนั้น"
          "เวลาที่เราอ่านการ์ตูน เราจะสนุก แต่พอทำงานตรงนี้จริง ๆ มันไม่สนุกนะต้องเตรียมใจตรงนี้มาก่อนเลย เพราะมันจะต้องจดจ่อ จำเจ นั่งอยู่โต๊ะทำงานทุกวัน ส่วนใครที่ห่วงเรื่องเงินเดือน เพราะมีคนบอกว่านักเขียน นักวาดมักจะไส้แห้ง ตรงนี้มันอยู่ที่ระดับชั้น ถ้าคุณเริ่มต้นแรก ๆ ก็ธรรมดาอยู่แล้ว เหมือนเงินเดือนแรกเข้า แต่ พอเราพัฒนา สะสมประสบการณ์จนเป็นที่ยอมรับ มันก็อยู่ได้ครับ"
       ไม่บอกว่าตอนนี้รายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ แต่พี่ตาโปนบอกว่าอยู่ได้ อย่างสบาย ใครที่สนใจวาดการ์ตูนเป็นอาชีพคงมีกำลังใจขึ้น
******************************************************